(วิดีโอ+บทความ) ทำธุรกิจกับแฟนให้ปังและไม่ทะเลาะกันต้องมีนิสัยอะไร | แพ็ค&อูน Diamond Grains

สารบัญเกลา - อยากเลือกอ่าน
แขกรับเชิญ :
พี่แพ็ค&พี่อูน Diamond Grains

เตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับโอกาสที่จะเข้ามา

เริ่มทำ อย. ให้ถูกตั้งแต่วันแรกที่ขายของ ด้วยความคิดที่ว่าถึงแม้ในวันนี้มันยังขายไม่ได้ หรือ 3 ปีนี้ ยังไม่มีเงินเข้ามาเลยสักบาท แต่ว่าถ้าวันนึงมันขายได้ แล้วตัวเราไม่พร้อม วันนั้นเราจะเป็นอย่างไร เราจะเสียใจแค่ไหนที่เราสร้างตลาดนั้นมา แล้วเราโดนแย่งไป ต่อไปเราต้องพร้อมในทุก ๆ จุด แน่นอนว่าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ แต่ในหัวเราต้องพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น การตั้งรับและประสบการณ์ทั้งหมดนั้นมีค่า

ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ

1. ชอบทานของอร่อยทั้งคู่

มองว่าสิ่งที่เราจะทำ ต้องเป็นสิ่งที่เรารัก เพราะมันจะทำได้นาน

2. ยังไม่มีเจ้าใหญ่และมองเห็นว่าคนส่วนใหญ่ชอบกินของอร่อย แต่จะไม่กินเพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพ และคนส่วนใหญ่ก็ชอบกินของที่ดีต่อสุขภาพ แต่จะไม่กินเพราะมันไม่อร่อย เราก็เลยลองหาจุดร่วมของมัน ออกมาเป็นของอร่อยที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีสื่อสารให้ลูกค้ารู้จักกับสินค้า

ทำเว็บให้ข้อมูลที่ลูกค้าพึงรู้เกี่ยวกับสินค้า ตอนแรกที่ทำเว็บก็ยังไม่มีคนเข้าไปดู เราคิดไว้ก่อนว่า เวลาที่เรามีลูกค้าก็ต้องเอาเวลาไปคุยกับลูกค้า รับออเดอร์ ถ้าลูกค้าเขามานั่งถามเราถึงรายละเอียดของสินค้า ก็จะได้ส่งให้เขาเข้าไปดูในเว็บได้เลย และสุดท้ายก็ได้ใช้มันจริง ๆ

เรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า

เมื่อลูกค้าในไทยรู้จักกันเยอะแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องขยายไปฐานต่างประเทศ ซึ่งต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ ทั้งรสชาติที่เขาต้องการ การสื่อสาร บางอย่างเราไม่ได้คิดว่ามันจะตอบโจทย์เรื่องนี้ แต่มันดันไปดีกว่าเรื่องนี้ก็มี ปัญหามันเกิดทุกวัน เราก็สื่อสารกับลูกค้าออกไป เรามองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหา พอแก้ได้ ก็โอเค

ทำธุรกิจตามกระแส VS ระยะยาว

เราทำอาหารสุขภาพเพื่อตอบโจทย์ระยะยาว เพราะอาหารสุขภาพมันช่วยแก้ปัญหาสุขภาพของลูกค้าจริง ๆ เวลาเราทำงานจะดูว่าสินค้าตัวไหน แก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า และมองว่าสินค้าของเราตรงกับกลุ่มเป้าหมายไหนบ้างในช่วงเวลานั้น แล้วเรามีกำลังที่จะทำให้ดีที่สุดขนาดไหน ดีสำหรับกลุ่มไหน แล้วก็ดูแลกลุ่มนั้นไปเรื่อย ๆ ค้นหานวัตกรรมแล้วเราจะเห็นว่าตรงไหนมันยังขาด เราก็ทำไปเติมเต็มตลาดตรงนั้น

ทำธุรกิจอายุยังน้อย เพราะชีวิตมีพร้อมแล้วหรือเปล่า

เรียกว่าไม่ครบทุกอย่างดีกว่า เพราะถ้าเรารู้ทุกอย่าง มันก็อาจจะกลัว อาจจะทำไม่ได้เต็มที่ก็ได้ เพราะมันรู้ไม่ครบทุกอย่าง เวลาลงมือทำอะไรไปบางอย่างที่เราอยากทำมันจริง ๆ พอเราเจอปัญหา เราก็จะยอมกัดฟันสู้กับปัญหา แต่พอเรามองย้อนกลับไป ปัญหามันก็หนักจริง ๆ ถ้าเรารู้ก่อนแล้ว อาจจะไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นบางอย่างไม่รู้ก็เป็นเรื่องดี สิ่งนึงที่เราผ่านมาได้ ก็คือ เราแก้ปัญหากันมาตลอด เราวิ่งไปแก้เลย ไม่ได้มานั่งคิดว่า เราต้องแก้ไหม ไม่มานั่งท้อ นั่งบ่น

ทำไมเลือกที่จะปรึกษาและหาทางแก้ปัญหากันเอง

ไม่อยากให้คนนอกเป็นห่วง พอเราไม่ปรึกษาคนนอก เราก็ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเป็นห่วง จะคุยกันสองคนแล้วพอเริ่มมองเห็นว่า มันเป็นแบบนี้ งั้นเราก็ค่อย ๆ แก้ ไม่ได้คิดขนาดที่ว่ามันคือปัญหา การที่ขายไม่ได้ ไปติดต่อร้านค้าแล้วเขาไม่รับสินค้าเรา เราคิดแค่ว่าทำยังไงให้ขายได้ ให้เขารับสินค้าเรา

จุดแข็งที่เห็นได้ชัดจากการทำธุรกิจร่วมกัน

คุณแพ็ค  :  อูนสื่อสารกับลูกค้าเก่ง เข้าใจความต้องการของลูกค้า

คุณอูน : พี่แพ็คมองไกล ถ้าเทียบกัน คือ อูนจะก้าวสั้น ๆ เพราะว่าอูนไม่รู้เรื่องเงินขนาดนั้น อูนเลือกที่จะปิดตาข้างนึง เพราะว่าอูนมีพี่แพ็คอยู่ เวลาจะขยายโรงงาน พี่แพ็คจะเป็นคนคิดว่าเราต้องเตรียมไว้เท่าไร เพื่อที่จะโตไปอีก 10 ปี 15 ปี ข้างหน้า

ความสัมพันธ์จะยั่งยืน ถ้ารู้จักเคารพและไม่ทับถมกัน

คุณอูน : ยิ่งเราทำงานด้วยกัน อูนยิ่งรักและเคารพในตัวเขามากขึ้น แบ่งส่วนกันรับผิดชอบ เชื่อใจและเคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าเขาตัดสินใจพลาด ก็ไม่ทับถมกัน พี่แพ็คแสดงให้เราเห็นว่าเขารับมือกับความผิดพลาดของเราอย่างไร ในขณะที่เขาตัดสินใจผิดพลาด อูนก็จะระวังตัวเองเหมือนกัน

คิดอย่างไรกับคำที่ว่า คนรักกันทำงานร่วมกันไม่ได้แน่นอน

คุณแพ็ค : มันขึ้นอยู่กับความเข้าใจมากกว่า ถ้าคนเราเข้าใจกันและเข้าใจในเนื้องาน มันจะสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้

ผู้ประกอบการต้องวางมาดไหม สำหรับDiamond Grains

ไม่จำเป็น เราสร้างได้ ว่าเราจะเลือกเป็นใครในองค์กร เราเลือกเป็นตัวเอง การแสดงออกมันไม่ได้ตอบโจทย์อะไร ความตั้งใจมันจะออกมาเองจากการสื่อสารของเรา อาจจะเป็นเพราะว่าวัยของเรา มันยังเด็ก เวลาคุยกับผู้ใหญ่ในโรงงานก็ให้เป็นตัวเราที่เก่งที่สุดได้ให้เขาเห็นก็พอ

นิสัยอะไรที่ได้เห็นจากการทำงานร่วมกัน

คุณอูน : เขาอดทนมาก คือ เขาเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ลำบาก เราถามว่าเหนื่อยไหม เขาก็ตอบว่าไหวตลอด ถึงแม้เขาเหนื่อยจนนั่งสัปหงกอยู่หน้าเตา หรือกลับมาจากโรงงานตี 2 เขาก็บอกว่าจริง ๆ ต้องเหนื่อยกว่านี้อีก

คุณแพ็ค : ความรับผิดชอบของอูน เขาไม่ยอมทำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ คือ ทำอะไรก็ได้ ต้องดีต่อสุขภาพของลูกค้า ต้องมีคุณภาพ ถ้ามันไม่ดี เขาจะไม่มีทางให้มันออกสู่ตลาด ในตอนแรกที่เราผสมสูตรกัน เขาก็จะผสมสูตรที่มันพัฒนาสินค้าตัวนี้ขึ้นไปอีก ใช้วัตถุดิบที่ดีขึ้นไปอีก โดยไม่ได้สนใจกำไรเป็นตัวตั้ง เขาสนใจลูกค้า ลูกค้าซื้อของเราแล้ว คาดหวังเราแล้ว เขาก็ต้องได้ของที่ดีที่สุด

นิสัยที่มีแล้วจะเติบโตได้ไว

คุณอูน : ผิดหวังเก่ง มองปัญหาเป็นดอกไม้เล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ บาน ต่อให้มีเงินเยอะล้นฟ้า ก็ไม่ได้ทำให้มีปัญหาลดน้อยลง ยิ่งเงินเยอะ ปัญหายิ่งเยอะ พอรับมือกับปัญหาได้แล้ว ไม่ว่าจะเงินน้อยหรือเงินเยอะก็อยู่ได้

คุณแพ็ค : ช่างสังเกต เราจะเห็นเลยว่า คนนั้นต้องการอะไร หรือว่าสินค้าตัวนี้ในห้าง มันยังไม่ค่อยตอบโจทย์ เราก็ช่างสังเกตว่ามันน่าจะมีสินค้าที่ดีกว่า ทำให้เกิดนวัตกรรม เกิดสินค้าใหม่ ๆ ซึ่งไม่เคยมีในตลาด

มีนิสัยอะไรที่อยากเกลาไหม

คุณแพ็ค : มองโลกในแง่ดี มันทั้งให้กำลังใจเรา ให้แรงบันดาลใจในการคิดไอเดียใหม่ ๆ ไม่ได้ติดอยู่กับนิสัยเก่า ๆ วันนี้ตื่นขึ้นมาปุ๊บ คิดเลยว่าอยากมองบวกในด้านไหนเพิ่ม เช่น จากปัญหา เรามองเป็นยอดขาย

คุณอูน : จับความคิดของตัวเองให้ทัน ว่ากำลังคิดไม่ดีกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า วิ่งให้ทันและหยุดความหวังร้าย เพราะสุดท้ายมีแค่เราที่จะหยุดมันได้

ปรับธรรมะช่วยเกลานิสัย

ธรรมะอยู่ในชีวิตของทุกคน อย่าคิดว่าธรรมะเป็นเรื่องไกลตัว เพราะถ้าคิดว่ามันไกลตัว เราก็จะไม่ได้ใช้มัน ให้มองธรรมะเป็นแนวคิดว่าทำอย่างไรให้ตัวเองรู้สึกเบา มีความสุขมากขึ้น ทุกข์น้อยลง

เมื่อเรามีสติ ต่อให้เราโกรธ ต่อให้เราไม่เข้าใจอะไร สติจะกลับมาดึงให้เราแก้ปัญหาในจุดนั้นได้ ถ้าเราไม่มีสติ เราจะใช้อารมณ์ ท้ายที่สุด ผลลัพธ์นั้นจะไม่ดี

เรารดน้ำต้นไม้ เราก็บอกไม่ได้ว่าผลมันจะออกเมื่อไหร่ แต่ถ้าเราไม่รดน้ำต้นไม้ ต้นไม้นั้นก็จะตายแน่นอน คือเราเห็นอยู่แล้วว่าผลของเมตตามันมี มันไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปบอกว่าเราจะได้คืนไหม เพราะฉะนั้น พอให้ไปปุ๊บ มันได้บุญตั้งแต่ตอนให้แล้ว มันควรจะจบที่ความสบายใจของเราตอนให้ ถ้าให้แล้วไม่จบ ก็อย่าให้ ไม่อย่างนั้นเรานี่แหละจะเดือดร้อนจากความเมตตาของเราเอง

พอเราวางได้ เราจะพบว่าปัญหามันน้อยลง ความสุขในใจจะเพิ่มขึ้น เราก็จะอยากฝึกเรื่อย ๆ อยากวิ่งตามตัวเองให้ทัน ยิ่งวิ่งตามตัวเองทันเท่าไร มันก็ยิ่งฝึกง่ายขึ้น

ธรรมะสมัยนี้ก็มีให้เลือกเสพมากมายหลายแหล่ง เลือกเสพอันที่เสพแล้วตัวเองดีขึ้น แบบนี้ก็โอเคแล้ว

ทำไมต้องเริ่มเกลาที่ตัวเองก่อน

คุณแพ็ค : ถ้าเราไม่ชอบคนนี้ อยากให้เขาเปลี่ยน มาทำอีกแบบนึง อีกคนนึงก็ทำอีกแบบนึง มันเป็นปัจจัยภายนอก ถ้าเรายังมีนิสัยอย่างนั้นอยู่ ทั้งชาติเราก็แก้ไม่จบ ถ้าจะแก้ให้จบ ต้องกลับมาแก้ที่ตัวเรามากกว่า ว่าเราจะรับมือกับปัญหา หรือคำพูดของคน ๆ นั้นได้หรือเปล่า

คุณอูน : มีแต่ตัวเราที่จะคุมตัวเราเองได้ คนอื่นเขาก็ทำมาต่างจากเรา เขามีกรรมของเขา เขาไปเจออะไรของเขามา เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ชอบเขา เรามีหน้าที่แค่ปลุกครูในใจเขาให้ตื่น ถ้าครูในใจเขาไม่ตื่น ก็ชีวิตของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา เราก็ปลุกครูในใจเราให้ตื่นแล้วก็คุมตัวเองดี ๆ แค่นั้นก็พอ

เรื่องดี ๆ มีไว้แชร์ต่อ
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เด็กครุ ชอบงานเขียน และการพูดคุยกับผู้คน อินกับหนังสือ How to รักแมวเป็นที่สุด อยากให้ผู้คนได้รับสารดี ๆ จากงานเขียนของตน
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เด็กครุ ชอบงานเขียน และการพูดคุยกับผู้คน อินกับหนังสือ How to รักแมวเป็นที่สุด อยากให้ผู้คนได้รับสารดี ๆ จากงานเขียนของตน