(วิดีโอ+บทความ) เทคนิคอยู่กับตัวเองยังไงให้ชีวิตรุ่งเรือง | ก๊อต จิรายุ

สารบัญเกลา - อยากเลือกอ่าน
แขกรับเชิญ :
ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล

สิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรจะมี…เพื่อตัวเอง

  1. ให้ความสำคัญกับความรู้
  2. เมื่อได้ความรู้…จงใช้ความรู้พัฒนาตัวเอง
  3. มีสติอยู่ในตอนที่หาความรู้ หรือตอนที่พัฒนาตัวเอง

และความรู้ที่สำคัญที่สุด… ก็คือ “ความรู้เกี่ยวกับตนเอง”

               พี่ก๊อตเปรียบเราก็เหมือนกับเครื่องมือ.. ถ้าเรามีแต่ไม่รู้วิธีใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์ ตัวเราเองก็เช่นกัน…ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเองว่าเป็นยังไงอย่างถ่องแท้ เราก็จะไม่สามารถใช้หรือดึงประสิทธิภาพสูงสุดของตัวเองออกมาใช้ได้…

Introvert กับการอยู่กับตัวเอง

            คนประเภท Introvert คือคนที่ “มีสมาธิกับตัวเอง”…เมื่อกลับมาอยู่กับตัวเองทำให้ความคิดเฉียบคมกว่า และสงบกว่า คน Introvert จึงมีพลังมากกว่าเพราะอยู่กับตัวเอง

               พี่ก๊อตบอกว่าถ้าเรามีสมาธิกับสิ่งอื่นจนลืมตัวเอง…เราจะกลายเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบต่อตนเอง ผลักความรับผิดชอบออกไปให้คนอื่น โทษนู่นโทษนี่ ทั้ง ๆ ที่ชีวิตนี้เราต้องรับผิดชอบทุก ๆ อย่างด้วยตัวเอง เช่น เจ็บคอแทนที่จะโทษลมฟ้าอากาศ ทำไมเราไม่ย้อนกลับมาดูตัวเอง…ว่าเราทำอะไรลงไปบ้าง ไม่ใช่เราเหรอที่ต้องดูแลคอตัวเองให้ดี?

               นอกจากชอบมีคนเข้าใจว่า Introvert โลกส่วนตัวสูงแล้ว ชอบเข้าใจว่ามีเพื่อนน้อยด้วย…

               เขาเลือกเพื่อนคบต่างหาก…พี่ก๊อตพูด …Introvert เข้าใจว่าเพื่อนคือแหล่งพลังงานอย่างหนึ่งที่สำคัญ เพื่อนที่ดีคือเพื่อนที่ควรช่วยเสริมพลัง เป็นแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน… Introvert จึงมีเพื่อนไม่มาก แต่เป็นเพื่อนที่มีคุณค่าของพวกเขา

ความสุขที่แท้จริง…อยู่ในนี้

            เรามักกลับหาสิ่งเสพภายนอกต่าง ๆ ที่ไม่เคยเติมเต็มเราได้จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ความสุขที่แท้จริง…ไม่เคยอยู่ไหนไกลเลย มันอยู่กับเราตลอดเวลา…มันอยู่ใน “ตัวเรา” แต่ …เราแค่ไม่รู้

               เกิดจากปัจจุบัน ไม่ต้องพึ่งสิ่งใด… ทันความคิดของตัวเองในปัจจุบัน ว่ามันคือความไม่เที่ยง เกิดแล้วดับไป มีความสุขเดี๋ยวก็หายความทุกข์ก็เช่นกัน.. ความรุ้สึกกลาง ๆ ที่ไม่เอนไปทุกข์หรือสุข… มันคือความเข้าใจที่นำไปสู่การปล่อยวาง… ความเข้าใจนี้แหละที่คือ “ความสุขที่แท้จริง”

               …อยู่กับตัวเองบ่อย ๆ

นิสัย “ชอบติดสินคนอื่น”

               มันเป็นความคุ้นชิน…ที่เรามักจะตัดสินคนอย่างรวดเร็วจนแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ มันจึงยากที่จะไม่ทำ…พี่ก๊อตเองก็พยายามที่จะไม่ทำอยู่เช่นกัน ด้วยการพยายามมองว่าเรา “เหมือนกัน”

               คุณนี่เห็นแก่ตัวจัง… ฉันเองก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน คุณนี่ขี้โมโหจัง…ฉันเองก็ขี้โมโหบ้างเหมือนกัน

             เขามีส่วนไหนที่เราตัดสินเขา…ให้มองว่าเราเองก็มีมุมนี้เหมือนกัน

“เลือกเสพสื่อ” ให้เป็นนิสัย

               สื่อในปัจจุบันที่รวดเร็วและหาง่ายมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่หาประโยชน์และอันตรายมากสำหรับคนที่เสพแบบไม่รู้ตัว…ว่าเสพอะไรเข้าไปทุกวัน

               สื่อเหมือนอาหาร…ถ้าเราเสพแต่สื่อดี ๆ มีสาระก็เหมือนได้อาหารดี ๆ เข้าไป แต่ถ้าเสพแต่สื่อแย่ ๆ เช่นสื่อที่นินทา ข่าวเท็จ ก็เหมือนเราสะสมขยะเข้าไปนั่นเอง…ดังนั้นเวลาเสพสื่อจงเลือกสื่อให้ดีเป็นนิสัย

               เพราะสื่อสามารถบ่มเพาะนิสัยเราได้อย่างไม่รู้ตัว

ทำไมบางครั้งเราถึงแก้ปัญหาไม่ได้สักที?

            ….แก้ไม่ได้เพราะไม่มี “ปัญญา” จะแก้

               ถ้าเราไม่มีความรู้ที่จะแก้ไขส่วนนั้น เราก็ไม่มีทางแก้ได้ เช่นอยากจะซ่อมคอมพิวเตอร์แต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลยจะซ่อมได้ยังไง… ดังนั้นถ้าไม่มีความรู้ก็แค่ไปหาซะ

               …แต่ความรู้เพียงด้านเดียวไม่พอ

               เดี๋ยวนี้มีสื่อมากมายให้เรียนรู้ อยากรู้อะไรแค่พิมพ์หาในอินเตอร์เน็ตก็เจอ หนังสือก็ได้ อ่านให้มาก สะสมความรู้ไปหลาย ๆ ด้าน… เพราะการมีความรู้ถ้ามีเพียงด้านเดียวก็แก้ได้แค่ด้านเดียว แต่ที่มีความรู้หลากหลาย เราก็จะสามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้หลาย ๆ แบบ หรือสามารถครอบคลุมได้ทั้งหมด และที่สำคัญอย่าหยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง

               “มนุษย์จะยิ่งใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อมีความคิดยิ่งใหญ่ จะมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อเขาเชื่อว่าเขายิ่งใหญ่” – ก๊อต จิรายุ

               ปัญหาที่เคยหยุดนิ่ง… มันจะยิ่งใหญ่ขึ้นตลอดเวลาตามติดทุกครั้งที่เราต้องเติบโต และการก้าวข้ามมันให้ได้ ก็คือการที่จะต้องเก่งขึ้น พัฒนาขึ้น เรียนรู้ให้มากขึ้น ถึงมันจะยากในบางครั้ง แต่มันทำใหชีวิตเราดีขึ้นนะ เราสามารถเลี้ยงพ่อแม่ให้ดีขึ้นจากการงานที่สูงขึ้น มันทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเองนะที่ผ่านอะไรยาก ๆ มาได้…  ดังนั้น จงเห็นคุณค่าของการพัฒนาตนเอง

อยู่กับตัวเองยังไงให้สตรอง สไตล์พี่ก๊อต จิรายุ

            พี่ก๊อตบอกว่าเราขาดสมาธิต่อตนเองเพราะสังคมบ่มเพาะให้เราจดจ่อต่อสิ่งภายนอก… พี่ก๊อตจึงลองแนะนำให้เราปิดเครื่องมือสื่อสารสัก 5 นาที แล้วลองหายใจเข้าออก…จดจ่อกับลมหายใจ

               …ทำสมาธินั่นแหละ

            การพยายามจดจ่อกับลมหายใจตัวเอง มันคือการพยายามทำสมาธิกับปัจจุบันนี่แหละ ปัจจุบันที่เราพยายามบังคมให้ตัวเองสนใจกับลมหายใจ ไม่ใช่จิตกระเด้งกระดอนไปคิดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับตอนนี้ ซึ่งการฝึกมีสมาธิ ในสิ่งที่เราต้องการที่จะมีสมาธิกับมันนี่แหละ ที่ทำให้เราสามารถกำหนดควบคุมความคิดของตัวเองได้ ช่วยให้คิดเป็นระบบมากขึ้น ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นเพราะมีสติอยู่กับตัวเอง

               …มนุษย์เลือกที่จะคิดได้…ถ้าฝึกฝน

               สิ่งที่ฉันจะทำ และสิ่งที่ฉันจะไม่ทำ

            “มนุษย์เรามันควรเลือกว่าสิ่งไหนที่ฉันตัดสินใจจะทำ และตัดสินใจที่จะไม่ทำด้วย”

               …ถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างแต่ไม่ห้ามสิ่งที่ไม่ควรด้วยไม่ได้ เหมือนอยากจะผอมต้องออกกำลังกายนะ แต่ดันไม่ห้ามตัวเองกินของหวาน… มนุษย์เป็นแบบนี้..ถ้าไม่ห้ามก็ควบคุมตัวเองไม่ได้… ดังนั้นถ้าจะทำอะไร นอกจากจะต้องเขียนสิ่งที่ทำ ก็ต้องเขียนสิ่งที่ไม่ทำลงไปเพื่อเตือนตัวเองด้วย

               ขนาดตัวเองยังควบคุมไม่ได้เลย…เราจะไปควบคุมเปลี่ยนแปลงใครเขาได้

               เกลาตัวเอง

               แทนที่จะมาพยายามควบคุมเขา ให้ทุกข์ทั้งตนเองและคนถูกคุม …เรามาพยายามป็นแบบอย่างดีกว่า… แสดงให้เขาเห็นว่าเราทำแบบนี้มันทำให้ชีวิตดีขึ้นยังไง…ถ้าเขาเห็นว่ามันดีเขาจะทำตามเอง

               สิ่งอันตรายที่เรียกว่า “การไม่รู้ทันตัวเอง”

               ถ้าเรารู้ว่าความคิดอะไรที่เป็นบ่อเกิดของความรู้สึกแย่ต่าง ๆ เราก็จะได้คิดตรงข้ามแทน…นี่เป็นวิธีที่พี่ก็อตใช้ ในขณะเดียวกัน…ถ้าคนบางคนไม่รู้ เขาก็จะจมปลักอยู่กับความคิดนั้น วนไปวนมาและแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ถ้าเขาไม่รู้จักตัวเองว่าเป็นคนยังไง..หรือรู้จักตัวเองแต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นก็เช่นกัน

            ถ้าอยากที่จะเริ่มเปลี่ยนตัวเอง… ก็ต้องเริ่มที่จะยอมรับตัวเองก่อน

เรื่องดี ๆ มีไว้แชร์ต่อ
นภพร จตุรจำเริญชัย (18)
นภพร จตุรจำเริญชัย (18)
เด็กถาปัตย์ที่ไม่ได้อยากเป็นสถาปนิก เเค่รักการออกเเบบเเละออกไอเดีย หวังว่าเรื่องราวที่ตัวเองเขียนจะช่วยจุดประกายบางอย่างให้คนที่กำลังหลงทางอยู่
นภพร จตุรจำเริญชัย (18)
นภพร จตุรจำเริญชัย (18)
เด็กถาปัตย์ที่ไม่ได้อยากเป็นสถาปนิก เเค่รักการออกเเบบเเละออกไอเดีย หวังว่าเรื่องราวที่ตัวเองเขียนจะช่วยจุดประกายบางอย่างให้คนที่กำลังหลงทางอยู่