(วิดีโอ+บทความ) นิสัยที่ทำให้เรามีความสุขในทุกวันแม้มันจะเหนื่อยจะแย่แค่ไหน | อั๋น ภูวนาท

สารบัญเกลา - อยากเลือกอ่าน
แขกรับเชิญ :
พี่อั๋น ภูวนาท คุนผลิน

ประโยชน์ของความกลัว

1. ทำให้เราระวัง มันทำให้เราวางแผนเยอะ

2. ทำให้เราได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง

คุณอั๋นบอกว่า เพราะกลัวก็เลยทำงานเยอะมาก รายการทีวีก็ทำ 6-7 รายการ กลัวเขาเลิก เรามี 6 ถ้าเลิกก็เหลือตั้ง 5 รายการ ถ้าเลิกหมด ก็มีรายการวิทยุ ถ้าวิทยุเลิก ก็ยังมีธุรกิจ

เรียน ป.ตรี โท เอก แบบไม่เคยลาออกจากงาน

มีคนถามว่าทำได้อย่างไร พี่อั๋นตอบไปว่า ก็ทำไปเลย ถ้ารู้ว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำ เหมือนตอนเรียน ป.เอก ก็คิดว่าทำไมมันไม่จบสักที ก็รู้ว่าถ้าเราทำไปเรื่อย ๆ พยายามไปเรื่อย ๆ มันจบแน่นอน หยุดคร่ำครวญ แล้วลุย !!

กลัววันนี้ อยากสคริปผ่านไปเลยได้ไหม

คุณอั๋นเล่าว่า เคยตื่นมาแบบกลัววันนี้จังเลย กลัวเพราะงานมันเยอะมาก งานมันเหนื่อยมาก อยากสคริปผ่านวันนี้ไปเลย อยากข้ามไปตอนที่อาบน้ำ กำลังเข้านอนเลย แค่นึกในใจ มันก็เหมือนตอนเรียน ป.เอก ก็คือ ทำและลุย แล้วแปปเดียว ก็กำลังอาบน้ำและกำลังจะเข้านอนวันนั้นแล้ว

กลับกัน บางวันก็สุขมากจนอยากจะฟรีซไว้ มันก็ฟรีซไม่ได้

ถ้าเราเสียดายความสุขที่ผ่านไป เราก็ต้องไม่กลัวความทุกข์ที่ผ่านมา เพราะที่สุดแล้ว มันก็จะผ่านไปเหมือนกัน

อะไรคือประสบความสำเร็จ

คุณอั๋นชวนคุยว่า ถ้ามีคนบอกว่า เราประสบความสำเร็จ ผมก็จะขอบคุณและถามเขากลับไปว่า ในเชิงไหน เช่น เขาบอกว่าผมรวย แค่ไหนเรียกว่ารวย ถ้าคนที่รวยกว่าผมแต่ไม่รู้จักพอ แบบนี้ก็มี คนที่จนกว่าผม แต่พอแล้วตั้งนานก่อนหน้านี้ เขาก็ประสบความสำเร็จ ผมไม่เคยจนถึงขนาดที่ไม่มีเงินกินข้าว และก็ไม่ได้รวยถึงขนาดมีเครื่องบินส่วนตัว ไม่รู้ว่าเรารวยแค่ไหน มันอยู่ที่คนมองเรา

พอคืออะไร

พอ คือ หยุดที่จะอยากได้เป็น

พอใจกับชีวิตเป็น คือ หัวใจที่สุดของความสุข

เมื่อไรที่ทุกข์ ก็จะมานั่งพิจารณาว่าทุกข์เพราะอะไร ในเมื่อเรามีเรื่องที่น่าพอใจในชีวิตเยอะเหลือเกิน และไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องมีเท่าเราถึงจะพอใจ

คุณอั๋นกล่าวว่า ถ้าคิดได้แบบนี้ ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ก็จะพอใจตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งไม่ได้แปลว่า เราจะพยายามน้อยลง แต่ตลอดทางของการพยายาม เราจะมีความสุขมาตลอด มากกว่าที่ผ่านมา ที่ผ่านมาไม่ได้ทุกข์ แต่เราจะสุขได้มากกว่านี้ สุขจากความสงบในใจ

เผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

คุณอั๋นเล่าว่า ที่ผ่านมาจะเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเยอะมาก เผลอกดเข้าไปดูในสื่อโซเชียล ที่เพื่อนโพสต์รูปโชว์ของ จนเราเองก็เผลอไปซื้อนาฬิกา เรือนละหลายล้านมาเก็บไว้ ไม่ได้เอามาใส่ด้วยซ้ำ

ไม่ใช่เราอยากได้ แต่เราเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่จำเป็นเท่านั้นเอง ก็เลยเสียความสุขไปโดยไม่มีสาระ

นิสัยที่คุณอั๋นทำเป็นประจำ

สำรวจตัวเองว่าดีพอหรือยัง หรือว่ามีอะไรที่ต้องขอบคุณหรือขอโทษบ้าง

บางวันก็แข็งแรง บางวันก็อ่อนแอจนหาเหตุผลไม่ได้ โดยรวมแล้วรู้สึกว่า ชีวิตในวันนี้ มีวันที่แข็งแรงและเข้าใจชีวิตมากกว่าวันที่ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น ในทุกวัน อย่างน้อยให้เราพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่ไม่เข้าใจ แล้วพยายามทำให้ชีวิตไม่แกว่ง ไม่ต้องให้มันฟูมากก็ได้ แต่ก็ต้องไม่ฟีบมากเหมือนกัน

นิสัยที่พาคุณอั๋นมาถึงจุดนี้

การที่ไม่อยากโง่ และไม่ยอมโง่ ซึ่งการกลัวโง่ ทำให้เราอยากเรียนรู้ อยากเปิดรับ ซึ่งทั้งหมดกลับไปสู่บรรทัดสุดท้าย คือ การเคารพตัวเอง เพราะเราก็อยากรักตัวเองให้ได้

จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณอั๋นภูมิใจในสิ่งที่ทำ

คุณอั๋นเล่าว่า ไม่เคยเรียกตัวเองว่าดีเจ เพราะมีช่วงเวลาที่ไม่ภูมิใจในการเป็นดีเจ จนกระทั่งหาเหตุผลของการเป็นดีเจได้ เราอุตส่าห์มีไมโครโฟนอยู่ข้างหน้าเรา จากนี้ ฉันจะเปลี่ยนโลกใบเล็ก ๆ ของฉันทุกวัน ด้วยการเปิดไมค์ให้มันมีประโยชน์ที่สุด อย่างน้อยแค่เขายิ้มได้ ก็โอเคแล้ว

อยากทำฝันให้เป็นจริงต้องทำอย่างไร

อย่างแรกที่คุณต้องทำ คือ คุณต้องตื่นก่อน เพราะถ้าปล่อยให้ฝันเป็นแค่ฝัน มันก็จะเป็นแค่ฝัน ทำฝันชิ้นนั้นให้มันเป็นจริงขึ้นมา โดยเฉพาะถ้ามันเป็นฝันที่เรารักมาก แล้วมันผิดพลาดไปเพียงเพราะว่าเราประมาทหรือตั้งใจไม่ดีพอ มันจะน่าเสียดายขนาดไหน ถ้าเราประมาทแล้วทำมันไม่ดีพอ แล้วสุดท้ายฝันมันก็สลายไป เพราะฉะนั้น การที่จะลุกมาทำฝัน คุณต้องทำมันอย่างประณีต มีการวางแผน ดูแลความฝันนั้นไปเรื่อย ๆ

อย่ามีฝันเดียว

มีหลาย ๆ ฝัน หลาย ๆ เป้าหมาย เพราะไม่ใช่ทุกฝันที่เราลงมือทำแล้วมันจะเป็นจริง อย่ายึดมั่นถือมั่นว่า ทุกฝันจะเป็นจริง การมีฝันที่ยิ่งใหญ่เป็นเรื่องดี แต่อย่าฝากทุกอย่างในชีวิตไว้กับฝันเดียว บางฝันไม่ต้องเป็นจริงก็ได้ เพราะว่าเราไม่ได้เหมาะกับทุกความฝัน มันอาจจะมีฝันที่เกินตัวก็ได้ แต่มันยังมีพื้นที่อื่น ๆ รอบ ๆ ความฝันนั้นอีกไหม ที่อาจจะเหมาะกับเรามากกว่า ใกล้เคียงพอที่จะพอให้เรามีความสุขกับมันได้ทั้งชีวิต

ทำอย่างไร เมื่อมีเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี

อันดับแรก คือ ไม่ยอมให้สิ่งนี้มาบั่นทอนเรา พยายามมองให้เห็นว่า เขาเป็นคนแบบนี้ นั่นคือสิ่งไม่ดี แต่ก็ต้องไม่พยายามไปบอกเขาว่า เขาก็เลยเป็นคนไม่ดี ไม่มีใครตั้งใจเกิดมาเป็นคนไม่ดี เขาอาจจะเป็นคนไม่ดีโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาเป็นไม่ดี ถ้าเขาไม่ทำสิ่งนี้ เขาก็จะเป็นคนดีได้ ดังนั้นเรายังมีโอกาสที่จะรักเขาได้ในสักวันนึง

ถ้าเขาเป็นแบบนี้ เราต้องดีใส่ให้เยอะ หลับหูหลับตาดีใส่ให้ใจหายไปเลย ดีทวีคูณใส่ให้เขาตกใจไปเลย ว่าทำไมโลกนี้ดีกับฉันขนาดนี้ เขาก็อาจจะดีจนเป็นคนดีไปเลย ให้เราเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีของเขา จนเขากลายเป็นคนดีขึ้นได้

ทว่าโลกนี้มันก็มีคนไม่ดีจริง ๆ แค่คิดว่าคนนี้ไม่ดีเท่าไร งั้นอย่าอยู่ใกล้เขาดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปเกลียดเขา และก็อย่าให้เขามามีผลกับชีวิตเราแค่นั้นก็พอ

คนเก่งที่เลว VS คนโง่ที่ขยัน

คนเก่งที่เลว เราก็ให้เขาใช้ความเก่งแต่อย่าเปิดโอกาสให้เขามีพื้นที่เลว

คนโง่ที่ขยัน น่ากลัวมาก เพราะเขาจะขยันทำแต่เรื่องโง่ ๆ เราจะเอาความขยันของเขาไปใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างไร

ทำงานให้เต็มที่ ใครไม่เห็นคุณค่า แต่เราเห็น

ไม่รู้ว่าเราจะมีแรงทำมันไปถึงเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเขาจะหยุดต้องการให้เราไปอยู่ในงานของเขาตอนไหน แล้ววันนี้มีโอกาส เราก็จะทำเต็มที่ อยากทำให้เขารู้สึกว่าเราทำงานเกินกว่าค่าจ้างด้วยซ้ำ ต่อให้เขาไม่เห็นคุณค่าของเรา สักวันนึงเราก็จะรู้ว่า เรามีคุณค่าแบบที่เรามั่นใจในคุณค่าของเราเอง

คุณอั๋นเสริมว่า เคยทุ่มเทให้กับงานนึงและสุดท้ายมันจบลงในแง่ที่สร้างความผิดหวังให้กับเรา เพราะเรารู้สึกว่าเขาไม่เห็นค่าในความพยายามของเรา ในวันนั้นเรารู้สึกผิดหวัง เพราะเราปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินคุณค่าของเราเท่านั้นเอง พอมองย้อนไป เราทำได้ดีมาก ในเชิงที่เราสามารถให้คะแนนตัวเองได้ อย่างมีสติ ไม่หลอกตัวเอง แต่เราก็คิดว่าอาจจะเป็นความผิดพลาดของเขาเองก็ได้ ที่มองไม่เห็นของดี

ทำสิ่งซ้ำ ๆ อย่างไร ให้ไม่เบื่อ

ระวัง ‘ความชิน’ เพราะความชินจะทำให้เราไม่เห็นคุณค่า

เราเป็นผู้รับจนชิน เราก็จะไม่เห็นค่าของคนให้

เราทำงานนี้จนชิน เราก็จะไม่เห็นค่าของมัน

ครั้งแรกที่เราได้ทำ เราก็ทุ่มเทให้กับมันพอสมควร รู้สึกดีใจที่ได้ทำ ความรู้สึกดีใจในวันนั้นมันหายไปไหน ถ้าเราหามันเจอ เราก็จะทำไปได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ

ข้อคิดในชีวิตที่ทุกคนควรยึดถือไว้

ควรมีหลาย ๆ ข้อคิด ไม่ควรยึดถืออันใดอันนึงเป็นหลัก

นึกอะไรไม่ออก เรามักจะตอบว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น มันก็คงจะไม่ผิด แต่มันใช้ไม่ได้กับทุกเรื่อง ถ้าเราใช้คตินี้ตลอดเวลา เราก็จะกลายเป็นคนดันทุรังที่น่ารำคาญที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นในบางเวลาก็ต้องใช้คติอื่น เพราะหลายคติมักจะขัดแย้งกันด้วย

อย่ายึดมั่นถือมั่นกับทุกเรื่องในชีวิต แม้แต่คติอะไรก็ตาม สิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นได้คือ ไม่มีอะไรในโลกนี้แน่นอน ไม่มีอะไรที่เป็นนิรันดร์

ถ้าเราคิดได้ว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะถูกจดจำไปชั่วนิรันดร์ ในที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะถูกลืม มันจะทำให้เราปล่อยวางกับทุกเรื่องได้ แม้แต่ความเกลียด ความโกรธ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็นในทุก ๆ รูปแบบ เราจะพยายามต่อสู้มากน้อยแค่ไหนก็ตาม ทุกข์กับมันมากเกินไปทำไม แต่ให้อยู่ในพื้นฐานว่าพยายามทำให้ดีที่สุดก่อน แต่ถึงที่สุดแล้วไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

คนที่ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองได้ คือคนที่เจ๋ง

ถ้ายอมรับว่าตนเองผิดแล้วขอโทษเป็น ขอบคุณคนที่บอกให้คุณพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นไปอีกได้ คุณคือคนที่เจ๋งมาก

การที่ผู้ใหญ่พูดว่า อาบน้ำร้อนมาก่อน ไม่ได้หมายความว่า ผู้ใหญ่มีโอกาสทำผิด ผู้ใหญ่ควรนิ่งก่อน ค่อย ๆ คิดว่าตัวเองผิดหรือไม่  ถ้าผิดก็ควรยอมรับแล้วปรับไปด้วยกัน

เด็กก็เหมือนกัน ถ้าเห็นว่าเขาทำผิด ก็ไม่ควรปล่อยผ่าน เราควรเตือนเขา พูดกับเขาดี ๆ ไม่ตำหนิแบบก้าวร้าว เพราะถ้าเราปล่อยผ่านก็เท่ากับเราไม่เคารพตัวเอง ที่ยอมรับให้สิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เรื่องดี ๆ มีไว้แชร์ต่อ
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เด็กครุ ชอบงานเขียน และการพูดคุยกับผู้คน อินกับหนังสือ How to รักแมวเป็นที่สุด อยากให้ผู้คนได้รับสารดี ๆ จากงานเขียนของตน
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เอกปวีร์ สีฟ้า (19)
เด็กครุ ชอบงานเขียน และการพูดคุยกับผู้คน อินกับหนังสือ How to รักแมวเป็นที่สุด อยากให้ผู้คนได้รับสารดี ๆ จากงานเขียนของตน